จูกัดเหลียง

สามกุนซือ ที่เก่งที่สุดในนิยายสามก๊ก

สามกุนซือ ที่ต้องยอมรับว่าเก่งที่สุดในสามก๊ก

จูกัดเหลียง เป็นตัวละครในนิยายสามก๊กและ สามกุนซือ มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ และยังเป็นนักการเมืองสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นของจีนที่สามารถอ้างอิงตามประวัติศาสตร์

จูกัดเหลียงเป็นกุนซือของพระเจ้าเล่าปี่และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของจ๊กก๊ก มีความสามารถในด้านการเมือง การทูต นักปราชญ์ วิศวกรและได้เป็นผู้ที่คิดค้นหมั่นโถว หน้าไม้กล

โคมลอยและระบบชลประทาน ขงเบ้งเป็นกองกำลังที่สำคัญของแคว้นจ๊กก๊ก เพราะเมื่อภายหลังการสิ้นชีวิตของเล่าปี่ กวนอู และเตียวหุย

ส่งผลให้ขงเบ้งขึ้นไปมีฐานะเป็นเสนาบดีใหญ่ ดูแลกิจการแทบทุกอย่างของจ๊กก๊ก เนื่องจากความอ่อนแอของพระเจ้าเล่าเสี้ยน

บุตรชายของเล่าปี่นั้นเอง ขงเบ้งประสบความสำเร็จด้วยการยกทัพไปปราบเบ้งเฮ็ก อานารยชนที่แดนใต้

แต่ไม่สามารถยกทัพบุกเหนือเพื่อพิชิตแคว้นวุยก๊กได้ จนบั้นถึงปลายชีวิต ขงเบ้งก็ได้สิ้นอายุเมื่อ 54 ปี บนรถม้ากลางสนามรบ

สามกุนซือ ที่เก่งที่สุดในนิยายสามก๊ก

สุมาอี้ เป็นชาวอำเภออุน เมืองเหอเน่ย มณฑลเหอหนาน เป็นนายทหารคนสำคัญของวุยก๊ก ที่ได้รับฉายาหนึ่งว่า งูแมวเซา

มีคำกล่าวกันว่าบุคคลที่ฉลาดที่สุดในสามก๊ก นั้นคือ ขงเบ้ง แต่บุคคลที่ทั้งฉลาดและน่ากลัวที่สุดในสามก๊ก ก็คือ สุมาอี้

หลังจากยุคสมัยที่โจโฉสิ้นชีวิตไปแล้ว สุมาอี้ก็ได้กลายมาเป็นคู่ปรับที่สำคัญของขงเบ้ง

และเป็นผู้ที่วางรากฐานให้กับทายาทผู้สืบทอดตระกูลและสามารถรวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียวกันได้

แล้วแต่งตั้งตัวเองกลายเป็นพระจักรพรรดิ์องค์ใหม่ และก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ นั้นก็คือ ราชวงศ์จิ้น

อันเป็นการสิ้นสุดยุคสามก๊กที่ดำเนินมานานถึง 111 ปี สามชั่วอายุคน สุมาอี้เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 73 ที่เมืองลกเอี๋ยง ด้วยโรคชรา

กุยแก เป็นตัวละครสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ กุยแกคือยอดกุนซือแห่งวุยก๊ก ซึ่งเป็นชาวเมืองอิ่งชวน เดิมอยู่กับอ้วนเสี้ยว

แต่อ้วนเสี้ยวเป็นผู้นำที่ใช้คนไม่เป็น กุยแกจึงมาอยู่กับโจโฉในวัยเพียง 27 ปี กุยแกเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเฉลียวฉลาดมาก เป็นผู้สรุปข้อดี 10 ประการของโจโฉ

และสรุปข้อด้อย 10 ประการของอ้วนเสี้ยวให้โจโฉฟัง ซึ่งได้เป็นแรงดลใจให้โจโฉเกิดทำสงครามจนต้องแตกหักกับอ้วนเสี้ยว

แม้จะมีกำลังคนน้อยกว่าอ้วนเสี้ยวมากถึง 10:1 แต่โจโฉก็สามารถเอาชนะอ้วนเสี้ยวได้ กุยแกคือบุคคลที่อาจเทียบได้กับขงเบ้งของเล่าปี่

ทว่าทั้งคู่ไม่มีโอกาสได้ประชันฝีมือกัน เพราะกุยแกเสียชีวิตเสียก่อน ด้วยป่วยตายที่เมืองลกเอี๋ยงในวัยเพียง 38 ปี

ระหว่างที่โจโฉทำสงครามติดตามอ้วนซง และอ้วนถำ บุตรชายของอ้วนเสี้ยว พอโจโฉทราบข่าวว่ากุยแกตาย โจโฉร่ำไห้อาลัยเป็นอย่างมาก

แฮหัวตุ้น

แฮหัวตุ้น ยอดขุนพล ตาเดียว รบเคียงข้างโจโฉ

แฮหัวตุ้น ยอดขุนพล เป็นนายพลภายใต้ทัพวุยก๊กของโจโฉ และเขายังเป็นญาติกับโจโฉอีกด้วย แต่เดิมโจโฉนามสกุล แฮหัว แต่ได้เปลี่ยนตามพ่อบุญธรรมเป็นนามสกุล โจ แฮหัวตุ้นเป็นแม่ทัพมือขวาและยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของโจโฉคนหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากโจโฉมากๆ

และเขาเป็นคนที่อยู่กับโจโฉมาตั้งแต่แรกเริ่มก่อจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งเขาได้ช่วยโจโฉขยายอำนาจต่อสู้กับเล่าปี่ ซุนกวนและลิโป้ แฮหัวตุ้นสูญเสียดวงตาข้างซ้ายในศึกเสียวพ่าย และได้รู้จักในชื่อ บอดแฮหัว เป็นอีกชื่อหนึ่งที่เหล่าทหารเรียกแฮหัวตุ้นที่แปลว่านายพลตาบอด  

แฮหัวตุ้น ยอดขุนพล ตาเดียว รบเคียงข้างโจโฉ

แฮหัวตุ้น ยอดขุนพล ตาเดียวของโจโฉ

ซึ่งแฮหัวตุ้นไม่ค่อยชอบชื่อนี้เท่าไรนัก เขาได้สูญเสียดวงตาซ้ายหลังจากที่โจเสงได้ยิงธนูเข้าที่ตาของเขา ต่อมาเขาได้ดึงลูกธนูออกจากตาแล้วกลีนมันลงท้องไปเพื่อข่มขวัญของศัตรูแฮหัวตุ้นเป็นคนดี ที่มีความรู้ความสามรและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่อย่างมาก แฮหัวตุ้นฝึกใช้ทวนและกระบองตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุได้ 14 ก็เข้าเรียนรบกับอาจารย์คนหนึ่ง ต่อมามีคนมาดูหมิ่นอาจารย์ของตน แฮหัวตุ้นจึงพลาดฆ่าคนด้วยความโมโหละหนีไปซ่องสุมผู้คนอยู่ในป่า

เมื่อโจโฉประกาศตามหาคนอาสามาปราบตั๋งโต๊ะ แฮหัวตุ้นและแฮหัวเอี๋ยนน้องชายของเขา ได้นำกำลังมาร่วมกับโจโฉ แฮหัวตุ้นมีฝีมือในการรบมากจนได้ความไว้วางใจจากโจโฉให้ไปรบหลายต่อหลายครั้ง ครั้งหนึ่งแฮหัวตุ้นเกือบโดนโจโฉประหารชีวิต เพราะเกิดไปขัดใจโจโฉเรื่องการลำเลียงของออกจากฮันต๋ง แต่ก็โดนแม่ทัพคนอื่นๆคัดค้านไว้ไม่ให้ประหาร ทำให้แฮหัวตุ้นรอดจากการถูกประหารมาได้ เมื่อครั้นโจโฉเสียชีวิตลง แฮหัวตุ้นก็ได้ป่วยตายตาม

เมื่อถึงแก่กรรมแล้วจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นจงโหว ในบันทึกของเฉินโซ่วได้กล่าวว่า แม้แฮหัวตุ้นจะเป็นขุนพลและนักการทหารที่มุ่งการทำศึกเป็นหลัก แต่เขามักจะเชิญเหล่านักปราชญ์ให้มาเยือนที่ค่ายทหาร เพื่อขอคำแนะนำสิ่งต่างๆอยู่เสมอ เขาเป็นผู้ที่มีความระมัดระวังรอบคอบและมีจิตใจกว้างขวางต่อคนอื่น ไม่ค่อยเก็บสะสมทรัพย์สมบัติไว้มากนัก เมื่อได้รับรางวัลหรือสิ่งของใดจากโจโฉ เขามักนำมันไปแบ่งแจกจ่ายแก่ทหารและผู้คนเป็นจำนวนมาก แล้วแบ่งเก็บไว้เองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แฮหัวตุ้นนับเป็นขุนพลที่เก่งที่สุดของวุยก๊กเลยก็ว่าได้อีกทั้งยังเคยเข้ารบกับกวนอูแบบตัวต่อตัวมาแล้ว ถ้าหากกวนอูคือขุนพลที่เก่งที่สุดของจ๊กก๊ก ฝั่งของวุยก๊กก็มีแฮหัวตุ้นก็เป็นได้  แฮหัวตุ้นนับเป็นยอดขุนพลที่มีส่วนช่วยในการก่อสร้างอาณาจักวุยก๊กขึ้นได้ และชื่อเสียงของเขาจะได้จารึกในบันทึกประวัติศาตร์

ไทสูจู้ ยอดขุนพลผู้รักษาวาจาสัตย์

ไทสูจู้ มีชื่อรองว่า จื่ออี้ เป็นชาวหวง เมืองไตไหล มณฑลซานตุง เมื่อวัยเยาว์ไทสูจู้ได้ศึกษาร่ำเรียนแล้วไปสอบเข้ารับราชการ เป็นขุนนางเลขาธิการของเจ้าเมืองบ้านเกิด มีหน้าที่รายงานเรื่องราวต่างๆกลับไปยังสำนักฮั่น

ครั้งหนึ่ง เจ้านายของไทสูจู้ได้ทะเลาะกับเจ้าเมืองซึ่งเป็นขุนนางที่มีตำแหน่งใหญ่กว่า ทั้งสองจึงพากันไปส่งฎีกาไปถึงราชสำนักเพื่อร้องทุกข์ โดนสมัยนั้นมีธรรมเนียมว่าใครยื่นร้องทุกข์ก่อนมีโอกาสชนะคดีความมากกว่า  เจ้านายของไทสูจู้ได้ไปส่งช้ากว่าขุนนางของเจ้าเมือง

ไทสูจู้ ยอดขุนพลผู้รักษาวาจาสัตย์

ไทสูจู้ รักษาคำพูดที่เคยให้ไว้

เจ้านายไทสูจู้เกรงว่าการส่งสารช้าจะไม่ดีนัก จึงเลือกไทสูจู้ตอนนั้นเป็นขุนนางชั้นล่างให้ไปทำหน้าที่ส่งสารแทน ไทสูจู้ควบม้าตลอดทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดพัก จนถึงนครหลวงก็พบขุนนางเจ้าเมืองเช่นกัน ขุนนางนั้นไม่รู้จักไทสูจู้ ไทสูจู้จึงได้ขอดูสารและทำลายสารนั้นทิ้ง ไทสูจู้คิดว่ากลับไปคงถูกลงโทษจึงได้หนีไป

ก่อนที่ไทสูจู้จะหนี เขาได้แอบส่งสารแล้ว ทำให้เจ้านายเขาชนะคดี เจ้าเมืองโกธรไทสูจู้มาก ชื่อเสียงของเขาในความเป็นยอดคนที่มีไหวพริบก็โด่งดังกลายเป็นที่รู้จักของเหล่าขุนนางและเจ้าเมืองแถบนั้น ต่อมาขงหยงเจ้าเมืองปุดไฮ ทราบเรื่องจึงได้รับเลี้ยงไทสูจู้เป็นอย่างดี ต่อมามีโจรโพกผ้าเหลืองล้อมเมืองไว้ ขงหยงจึงได้ขอให้ไทสูจู้เป็นผู้ส่งสารขอความช่วยเหลือจากเล่าปี  ไทสูจู้จึงได้ขี่ม้าหลบออกมาจากกลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง

โดยความที่เขามีความแม่นยำการยิงธนูอย่างมากจึงทำให้โจรโพกผ้าเหลืองที่ไล่ตามเขาออกมาตายเป็นจำนวนมาก และไม่กล้าตามเขามาอีกจนสงสารขอความช่วยเหลือจากเล่าปี่ได้สำเร็จ เล่าปี่ยกทัพมาช่วยและปราบโจรโพกผ้าเหลืองได้ ขงหยงรู้ว่าไทสูจู้มีความเก่งกาจหากอยู่กับตนจะไม่ก้าวหน้าอีกได้จึงให้ ไทจูสู้ไปอยู่กับเล่าอิ้ว เลาอิ้วได้แต่งตั้งให้ไทสูจู้เป็นคนตรวจตรากองทัพ ในการลาดตระเวณ ครั้งหนึ่งไทสูจู้ได้พบกับซุนเซ้กโดยบังเอิญจึงได้ต่อสู้กัน ทั้งสองสู้กันไม่รู้แพ้ชนะสักที

ต่อมาในภายหลังเล่าเอี้ยวได้แพ้แก่ซุนเซ็ก ซุนเซ็กก็ได้จับตัวไทสูจู้ได้และเกลี้ยกล่อมให้ไทสูจู้มาอยู่กับตน แล้วใช้ให้ไทสูจู้ไปดูลาดเลาลูกน้องของเล่าอิ้ว ลูกน้องของซุนเซ็กหลายคนคัดค้านกลัวไทสูจู้จะไม่กลับมาหาซุนเซ็กและหนีไปอยู่กับเล่าอิ้วตามเดิม แต่ไทสูจู้ก็กลับมาหาซุนเซ็กจนได้ถูกกล่าวว่าเป็นคนที่มีวาจาสัตย์ยิ่งนัก

ภายหลังเกิดสงครามที่หับป๋า ไทสูจู้อาสาเข้าตีเมืองแต่ถูกเตียวเลี้ยวรู้ทันแผนการนี้ จึงถูกทหารรุมยิงธนูใส่จนเสียชีวิตในที่สุด ไทสู้จู้เป็นยอดแม่ทัพที่มีการยิงธนูแม่นที่ยอดเป็นต้นๆแห่งสามก๊กเลยก็ว่าได้ และเป็นคนที่มีวาจาสัตย์ที่ทำให้ถูกยกย่องในชื่อเสียงนี้ไม่มีใครเทียบได้

อุยกาย

อุยกาย ขุนพลผู้เสียสละตนแห่งง่อก๊ก

อุยกาย เป็นตัวละครที่มีอยู่ในสามก๊กทั้งวรรณกรรมและตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ อุยกายเป็นขุนพลแห่งง่อก๊ก มีชื่อรองว่า กงฟู่ รับใช้ตระกูลซุนมาถึง 3 สมัยด้วยกัน

อุยกาย ขุนพลผู้เสียสละตนแห่งง่อก๊ก

อุยกาย นักรบ 3สมัย

ตั้งแต่สมัยของซุนเกี๋ยน ที่ได้เข้ารับในศึกโจรโพกผ้าเหลือง ซูนเซ็กในสมัยศึกปราบตั๋งโต๊ะและศึกปราบลิโป้ อีกทั้งยังซุนกวนในศึกเซ็กเพ็ก แต่ในศึกที่อุยกายถูกกล่าวขานชื่อเสียงมากที่สุดคือในศึกเซ็กเพ็ก ที่โจโฉนำทัพกว่าแสนคนมาบุกกังตั๋ง แต่ได้เสียลูกธนูฟรีให้กับขงเบ้งไป 1 แสนดอกแบบฟรีๆ

โจโฉโมโหมากจึงได้เรียกซุนฮิวมาพื่อปรึกษาว่าการจะทำสงครามให้ศึกครั้งนี้ชนะได้ ต้องทำอย่างไร ซุนฮิวจึงได้บอกแผนการว่าชัยชนะครั้งนี้ต้องมีข้อมูลจำนวนมากเพื่อที่จะได้ทราบข้อมูลความเป็นไปของฝ่ายตรงข้าม จะได้รู้จุดยุทธศาสตร์ในการโจมตีกังตั๋ง  จึงเสนอให้มีการสงคนเข้าไปสืบล้วงข้อมูล ซุนฮิวจึงได้เสนอ ชัวต๋งและชัวโฮ ซึ่งเป็นน้องของชัวมอที่ถูกประหารไป แสร้งว่าแค้นที่พี่ชายถูกโจโฉประหารให้ไปเข้าร่วมกับฝ่ายกังตั๋งคอยสืบข่าวให้กับเรา

โจโฉเห็นดีด้วยจึงทำตามแผนการให้ทั้ง 2 คนไปเป็นไส้ศึก แต่หารู้ไม่ว่าฝ่ายกังตั๋งที่มีจิวยี่เป็นผู้คิดกลอุบายกลับรู้แผนการของโจโฉทั้งหมดเมื่อชัวตั๋งกับชัวโฮมาขอเข้าร่วมรบด้วย จิวยี่จึงวางแผนซ้อนกลับอีกที จิวยี่วางแผนเพื่อหลอกชัวตั๋งและชัวโฮ ด้วยกับรับทั้ง 2 คนไว้ โลซกได้มาเห็นและรู้ว่าเป็นแผนของโจโฉจึงได้บอกจิวยี่ จิวยี่เองก็รู้แผนของโจโฉดีแต่กลัวโลซกจะรู้แผนซ่อนของตัวเอง ซึ่งถ้ามีคนรู้เยอะแผนจะไม่สำเร็จจึงแสร้งทำเป็นไม่ทันเกมกลของโจโฉ

โลซกก็กลัวง่าจิ๋วยี่ไม่ทันเกมจึงไปบอกขงเบ้ง แต่ขงเบ้งกลับรู้ว่าจิวยี่วางอุบายหลอกตบตาทุกคนไว้จึงได้หัวเราะออกมาแล้วบอกโลซกถึงแผนการ ฝ่ายจิวยี่ที่กำลังวางกลอุบายอยู่ ตอนนั้นมีอุกายเสนอให้เผาทัพโจโฉด้วย และอุกายเสนอไปเผาเอง จิวยี่จึงได้วางแผนทำเหมือนอุกายทรยศด้วยการสั่งให้โบยอุกายเพื่อให้ชัวตั๋วเห็นและไปรายงานต่อโจโฉ อุกายกลัวจิวยี่โบยไม่แรงและแผนจะแตกจึงได้ด่าจิวยี่ด้วยความหยาบคายทำให้จิวยี่โบยอุยกายอย่างหนัก และขับไล่อุกายออกจากกังตั๋ง

อุยกายจึงไปขออยู่กับโจโฉ แสร้งทำเป็นแค้นจิวยี่จนโจโฉไว้ใจให้คุมเรือไปถล่มกังตั๋ง เมื่ออุกายเห็นแบบนี้แล้วจึงได้จุดไฟเผาเรือและนำดินปืนใส่ในเรือก่อนพุ่งชนกองทัพเรือโจโฉ โจโฉรู้ได้ทันทีว่าเสียรู้จิวยี่ที่ซ้อนแผนซะแล้ว และโจโฉพ่ายแพ้กลับเมืองไป อุกายถูกยกย่องว่าเป็นผู้เสียสละตนในศึกครั้งนี้ได้รับการกล่าวขานมากในง่อก๊ก

ฮองตง

ฮองตง ฮั่นสินแห่งหนานหยาง 1ใน ทหารเสือ

ฮองตง เป็นตัวละครในวรรณกรรมสามก๊กและมีตัวตนจริงอยู่ในยุคของสามก๊ก แม่ทัพแห่งจกก๊ก ฉายา ฮั่นสินแห่งหนานหยาง เป็นชาวเมืองหนานหยางตั้งแต่เกิด เป็นคนบ้านเดียวกับขงเบ้ง

ฮองตง ฮั่นสินแห่งหนานหยาง 1ใน ทหารเสือ

มีความชำนาญในการใช้ง้าวและธนูเป็นอย่างมาก เป็นบุคคลผู้ที่มีคุณธรรม เป็น 1 ใน 5 ทหารเสือของจ๊กก๊ก โดยฮองตงเป็นคนที่ 4 เดิมฮองตงเป็นขุนพลนั้นรักษาเมืองเตียงสา ของเล่าเปียว

เมื่อออกรบเคยพลาดท่าในสนามรบกับกวนอู และกวนอูไว้ชีวิตของฮองตงไว้ ในการต่อสู้ครั้งต่อมา จึงจงใจยิงลูกธนูให้พลาด เป็นการทดแทนบุญคุณกลับคืนให้กวนอู แต่เจ้าเมืองเตียงสากลับไม่พอใจและเข้าใจว่า  ฮองตงทรยศและเข้าข้างเล่าปี่จึงได้กล่าวหาว่าฮองตงเป็นกบฏ

เมื่อเล่าปี่เข้าเมืองเตียงสาได้แล้ว ได้ไปพบฮองตงที่ห้องพัก พบฮองตงนอนเมาอยู่ด้วยความเสียใจที่ไม่สามารถรักษาเมืองเตียวสาได้ เล่าปี่ กวนอู และเตียวหุยได้ทำการคาราวะฮองตรงที่เป็นนักรบที่มีฝีมือและคุณธรรมมากอย่างแท้จริง พร้อมกับกล่อมเกลี้ยให้มาเข้าร่วมทัพด้วยกัน ฮองตงจึงได้เข้าร่วมกำกองทัพของเล่าปี่และได้เป็น 1 ใน 5 ทหารเสือของเล่าปีในที่สุด

ฮองตง ยังสร้างผลงานต่อเนื่อง

เมื่อมีอายุ 60 ปี ฮองตงได้สร้างผลงานอีกครั้ง เมื่อแฮหัวเอี๋ยนยกทัพมาบุกจ๊กจ๊ก ขงเบ้งได้แกล้งพูดยั่วให้ฮองตงโมโหด้วยการพูดว่าฮองตงนั้นแก่แล้วคงไม่มีเรี่ยวแรงให้นำกำลังไปรบได้หรอก ทำให้ฮองตง จึงมีแรงมานะ แสดงพละกำลังด้วยการหักคันธนูและรำง้าวให้ดู ฮองตงจึงหนีไปตั้งหลักที่ยอดเขาเตงกุนสัน เพื่อให้แฮหัวเอี๋ยนที่อยู่ริมเขาตะโกนท้าทายให้ลงมาสู้

แต่ฮองตงก็ไม่ลงมาสู้ด้วย เพราะการที่ฮองตงยังไม่ยอมลงมาเพื่อโจมตีนั้นเพราะหวดเจ้งยังไม่ได้ยกธงแดงขึ้นมา เมื่อยกธงแดงจึงฉวยโอกาสโจมตีในตอนที่แฮหัวเอี๋ยนอ่อนล้าเองในเวลาบ่ายตอนที่ ทหารทุกคนกำลังนอนหลับอยู่นั้น ฮองตงจึงได้ยกทัพลงจากเขาแล้วเข้าโจมตีทันที ในขณะนั้นฉฮหัวเอี๋ยนกำลังที่จะใส่ชุดเกราะอยู่ ฮองตงได้ขี่ม้ามาใกล้ในระยะประชิดตัวและยกง้าวฟันแฮหัวเอี๋ยนที่ลำตัวขาดตายในทันที ต่อมาไม่นานฮองตงได้เสียชีวิตที่ค่ายทหารของฝ่ายจ๊กก๊ก

หลังจากโดนลูกธนูยิงเข้าซอกคอเมื่อตอนที่เล่าปี่ได้ยกทัพไปง่อก๊กเพื่อที่จะล้างแค้นให้กวนอูในศึกครั้งนั้น ทำให้ฮองตงเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 75 ปีนับเป็น คนที่ 4 ใน 5 ทหารเสือของเล่าปี่ได้ตายลงหลังจาก กวนอู เตียวหุย ม้าฉียวที่ตายก่อนหน้านั้นเอง

เตียวเลี้ยว ขุนพลที่ง่อก๊กหวาดกลัว

เตียวเลี้ยว เป็นตัวละครที่มีตัวตนอยู่อยู่จริงในประวัติศาสตร์จีน เป็นขุนพลคนสำคัญของโจโฉ เดิมอยู่รับใช้ลิโป้ เทพเจ้าแห่งสงคราม ต่อมาลิโป้นั้นได้ถูกจับได้ที่เมืองแห้ฝือ และถูกประหารลง

เตียวเลี้ยว ขุนพลที่ง่อก๊กหวาดกลัว

กวนอูยกย่องนับถือ เตียวเลี้ยว

ส่วนเตียวเลี้ยวนั้นโจโฉได้เกลี้ยกล่อมให้มาอยู่เป็นทหารรับใช้ด้วย เป็นบุคคลสำคัญที่กวนอูให้ความนับถือเป็นอย่างมากอีกคนนอกจากเล่าปี่แล้ว เพราะเตียวเลี้ยวเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์และมีฝีมือมาก ทั้งๆที่อยู่กันคนละฝ่าย ซึ่งเตียวเลี้ยวเป็นคนอาสาให้โจโฉส่งตนไปเกลี้ยกล่อมกวนอู

ขณะที่ทัพแตกให้มาอาศัยอยู่ชั่วคราวกับโจโฉ เตียวเลี้ยวเป็นขุนพลที่มีความชำนาญทั้งในพิชัยสงคราม กลศึก การรบบนหลังม้า จึงมักได้รับหน้าที่สำคัญๆจากโจโฉเสมอ แม้จะเป็นขุนพลผู้ที่มาสวามิภักดิ์ภายหลังก็ตาม รบชนะทัพง่อหลายครั้ง จนขนาดเกือบจับซุนกวนได้อีกด้วย จึงเป็นขุนพลที่ทางง่อก๊กไม่อยากรบด้วย

ถึงขนาดในเมืองง่อก๊ก หากมีเด็กร้องไห้ไม่ยอมหยุด แค่ได้ยินชื่อของเตียวเลี้ยวคำเดียวก็สามารถหยุดยั้งการร้องไห้ของเด็กเหล่านั้นได้ เตียวเลี้ยวมีตำแหน่งเป็น 1 ใน 5 ทหารเสือของวุยก๊ก ที่ประกอบไปด้วย เตี้ยวเลี้ยว เตียวคับ งักจิ้น ซิหลง และอิกิ๋ม  เตียวเลี้ยวเสื้อชีวิตลงเพราะลูกคอกธนู

ตอนที่โจผีบุกง่อก๊ก หลังจากโจผีทราบข่าวการตายของเตียวเลี้ยวก็จัดพิธีให้อย่างสมเกียตริ แต่ขอเท็จจริงจากวรรณกรรมของสามก๊กกับประวัติศาตร์แตกต่างกันมากอยู่พอควร จดหมายเหตุสามก๊กของเฉินโซ่ระบุว่า หลังจากพระเจ้สโจผีขึ้นครองราชย์แล้ว ซุนกวนเป็นฝ่ายยกทัพมารุกรานวุยก๊ก

ซึ่งไม่ใช่โจผีบุกไปง่อก๊ก เตียวเลี้ยวรบเอาชนะทัพของง่อก๊กได้อีกเป็นครั้งที่ 2 ทำให้โจผีกล่าวชื่นชมเป็นอย่างมาก จึงได้เพิ่มบรรดาศักดิ์และมอบหมายเกียรติยศให้เตียวเลี้ยวอย่างมากมาย รวมทั้งยังกล่าวเปรียบเทียบเขาว่าเหมือน ซ่าวหู่ ยอดนักรบแห่งราชวงศ์โจวอีกด้วย

จากนั้นไม่นานมากนักเตียวเลี้ยวก็ล้มป่วย ไม่นาน ซุนกวนก็ตั้งท่าจะยกทัพบุกวุยก๊กอีก พระเจ้าโจผีจึงสั่งให้เตียวเลี้ยวไปออกรบอีก ทั้งของคนเข้าปะทะกันที่แม่น้ำแยงซี ซุนกวนที่เคยแพ้ต่อเตียวเลี้ยวมาหลายต่อหลายครั้งนั้น ถึงกับต้องเอยกับทหารของตนเองว่า แม้เตียวเลี้ยวจะมีอาการป่วย ความป่วยนั้นก็ยังไม่สามารถหยุดเตียวเลี้ยวมาออกรบได้

พวกเราต้องระวัง แม้เตียวเลี้ยวจะไม่ได้รบกับซุนกวนโดยตรง แต่ก็สามารถเอาชนะแท่ทับของง่อก๊กได้ ซึ่งเป็นชัยชนะต่อง่อก๊ก 3 ครั้งติด ซึ่งมียอดขุนพลในประวัติศาสตร์จีนที่รบชนะง่อก๊ก 3 ครั้งติดน้อยคนมาก จากนั้นได้ไม่นาน เตียวเลี้ยวก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลง เป็นการตายที่ไม่ได้โดนลูกธนูเหมือนที่วรรณกรรมเล่าไว้

 

เตียวหุย ชายผู้มีกำลังมหาศาล

เตียวหุย ชายผู้มีกำลังมหาศาล จอมวู่วาม

เตียวหุย เป็นแม่ทัพ 1 ใน 5 ทหารเสือของเล่าปี่ มีชื่อรองว่า เตียวเอ็กเต้  เตียวหุยเป็นพระอนุชาของพระเจ้าเล่าปี่และกวนอู  

โดยสาบานกันที่สวนท้อ มีนิสัยวู่วามอารมณ์ร้อน ชอบดื่มสุราจนเมามายแล้วเฆี่ยนตีทหารบ่อยๆ ศีรษะโตเหมือนเสือ หน้าสีดำ ตาพองโต เสียงดังปานฟ้าผ่า เป็นผู้ชายที่มีพละกำลังมาก อาวุธประจำกายคือทวนยาว เรียกว่าทวนอสรพิษ อาชีพเดิทของเตียวหุย คือคนขายหมู

เตียวหุย ชายผู้มีกำลังมหาศาล

เตียวหุย พละกำลังเป็นที่ 1

ต่อมาได้ติดตามเล่าปี่เพื่อปราบกบฏโจรผ้าเหลือง และเตียวหุยได้ร่วมรบกับพระเจ้าเล่าปีมาตลอดชีวิต ทั้งสู้รบมาหลายศึก ภายหลังเตียวหุยเสียชีวิตขณะกำลังยกพลไปล้างแค้นให้กวนอู พอทราบข่าวกวนอูตาย ก็ร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน ร้องไห้มากจนขนาดน้ำตาไหลเป็นเลือดออกมา

เหล่าขุนพลกลัวเตียวหุยร้องไห้จนตาย จึงให้ดื่มเหล่าปรากฏว่า ยิ่งร้ายกว่าเก่า เพราะพอเตียวหุยเมาก็ลุกไล่ทำร้ายคนรอบข้างจนตายเป็นจำนวนมาก โชคดีที่มีผู้ถือสารตรามาจากเมืองหลวง เป็นตราตั้งให้เตียวหุยเป็นเจ้าเมืองลองจิ๋ว อาการบ้าครั่งจึงทุเลาลง และทำให้เตียวหุยยกทัพไปแก้แค้นให้กวนอู เตียวหุยได้พรจากเล่าปี่แล้ว ก็กลับมาที่เมืองลองจิ๋ว สั่งให้ทหารเตรียมเครื่องศัสตราวุธ ม้าขาว ธงขาว เครื่องนุ่งห่มสีขาวให้พร้อมในสามวัน

พอรุ่งเช้ามีนายทหารสองคนชื่อ ฮอม เกียง เตียวตัด เข้าไปผ่อนผันกับเตียวหุยว่า ขอเวลาเตรียมการอีกสักหน่อย สามวันไม่ทันแน่ ด้วยความที่เตียวหุยเป็นคนที่อารมณ์ร้อน อยู่แล้วจึงโมโห สั่งจับนายทหารทั้งสองคนมัดติดกับต้นไม้ แล้วโบยคนละ 50 ที จนเลือดออกปาก เท่านั้นยังไม่พอ เตียวหุยยังออกคำสั่งไว้อีกว่า พรุ่งนี้งานที่สั่งต้องเสร็จ ถ้าไม่เสร็จตาย แค่เวลา 3 วันก็หาแทบไม่ทัน แต่จะเอาพรุ่งนี้ สติปัญญาระดับฮอมเกียงกับเตียวตัดจะหาของมากจากไหน เลยคบคิดกันฆ่าเตียวหุย โดยนัดกันลอบสังหารเตียวหุยในขณะที่กำลังเมาหลับอยู่ในห้องคืนนั้น เตียวหุยคิดถึงกวนอูมาก จึงดื่มเหล้าอย่างหนักเพื่อให้หลับสบาย

ในไม่ช้าฮอมเอียงกับเตียวตัดก็ได้สังหาร เทพเจ้าเตียวหุย ด้วยการตัดศีรษะและแทงที่ท้อง ศีรษะที่ได้ก็เอาไปให้เป็นของกำนันสำหรับซุนกวน เตียวหุยมีอายุ 54 ปี เนื่องจากนิสัยวู่วามของตนเอง ภายนอกเตียวหุยอาจดูเป็นคนหยาบช้า อารมณ์ร้อนไม่มีสติปัญญา แต่ความจริงแล้วเตียวหุยเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์มาก เป็นคนที่ตรงไปตรงมา นับถือคุณธรรม กล้าหาญ และเป็นผู้ที่มีสติปัญญาในการวางแผนกลอุบายอีกด้วย

ม้าเฉียว เทพเจ้าของชนเผ่าขี่ม้าเก่งกาจ

ม้าเฉียว เทพเจ้าของชนเผ่า ขี่ม้าเก่งกาจ

ม้าเฉียว เทพเจ้าของชนเผ่าเป็นคนที่เชี่ยวชาญในการขี่ม้าเป็นอย่างมาก เป็น 1 ใน 5 ทหารเสือของเล่าปี่ มีชื่อรองว่า เหมิงฉี  เกิดในมณฑลซานซี เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของม้าเท้ง เจ้าเมืองเสเหลียง มีความแค้นต่อโจโฉมาก

ม้าเฉียว เทพเจ้าของชนเผ่าขี่ม้าเก่งกาจ

 

เนื่องจากม้าเท้งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่วมลงชื่อในการกำจัดโจโฉ ซึ่งเป็นคนที่โจโฉหวาดระแวงมากอยู่ตลอดเวลา ว่าจะเป็นคนที่ตลบหลังตีเมืองลบเอี๋ยง ตอนที่ตนออกไปทำศึกตามหัวเมืองต่างๆ จึงทำอุบายขอโองการฮ่องเต้แต่งตั้งตำแหน่งเป็นแม่ทัพปราบทักษิณ ให้ม้าเท้งเข้ามาในเมืองฮูโต๋เพื่อรับตำแหน่งแล้วจับประหารชีวิตลง

ม้าเฉียว ยอดชำนาญการขี่ม้า

แต่ม้าเท้งกับรู้ทันจึงได้ซ้อนแผนไว้ แต่ในตอนสุดท้ายแผนของม้าเท้งกับถูกเปิดเผยทำให้ต้องถูกโจโฉจับตัวฆ่าตายทั้งม้าเท้งและน้องชายของเขา ม้าต้าย ญาติผู้น้องของม้าเฉียวเป็นผู้เดียวที่สามารถรบหนีออกมาได้ จึงได้รีบเอาข่าวไปบอกม้าเฉียว ม้าเฉียวแค้นเป็นอย่างมากจึงประกาศจะตามล้างโจโฉให้จงได้ จึงได้รวบรวมกำลังทัพของตนผสมกับชนเผ่าเกี๋ยงบุกตีโจโฉ

ทำให้โจโฉต้องเตลิดหนีด้วยการตัดหนวดทิ้ง ละถอดเสื้อคุมทิ้งไป แต่โจหองเข้ามาขวาง จึงทำให้หนีไปได้อย่างหวุดหวิดเลย โจโฉเคยกล่าวไว้ว่า ม้าเฉียวเก่งกล้าไม่แพ้ลิโป้ในอดีตเลย หลังจากนั้นม้าเฉียวก็ได้ไปร่วมรบกับหันซุยทำศึกสงครามกับโจโฉเต็มรูปแบบ แต่ด้วยกลอุบายของโจโฉ ที่รอให้น้ำแข็งที่เกาะกุมอยู่ตรงกำแพงเมืองหนาแน่นและทำให้ม้าเฉียวระแวงหันซุย ชัยชนะจึงตกแก่โจโฉผู้นี้

ม้าเฉียวที่ต้องร่อนเร่พเนจรและได้เข้าร่วมกับเตียวลิอ ได้เข้ารบกับจกก๊ก โดยประลองฝีมือกับเตียวหุย รบกันอยู่นานถึง 100 กระบวนเพลง ก็ไม่มีใครที่เป็นผู้แพ้หรือชนะ เพราะทั้งม้าเฉียวและเตียวหุยมีฝีมือที่สูสีกันเป็นอย่างมาก และด้วยกลอุบายของขงเบ้งได้ทำให้ม้าเฉียวเข้ามาเป็นทหารคนสำคัญคนหนึ่งของเล่าปี่ เมื่อครั้งที่เล่าปี่ได้ยกทัพเข้าตีเซงโต๋ในเสฉวนของเล่าเจี้ยง

ขงเบ้งได้ให้ม้าเฉียวเป็นทัพหน้า ทหารฝ่ายตรงข้ามแค่ได้ยินชื่อของม้าเฉียวก็ขอยอมแพ้ไม่ต้องรบเลยทันที และนับถือม้าเฉียวดุจดั่งเทพเจ้าแห่งสงครามในยุคนั้น พื้นฐานของม้าเฉียวเองดั่งเดิมเป็นคนที่รักใคร่ของคนกลุ่มน้อยทางภาคตะวันตก จนถูกขนานนามว่าเทพเจ้าของชนเผ่า ครั้งมาเฉียวถูกเตียวฬ่อตามจับ และได้หนีมายังเสฉวน ทำให้กองทัพไม่สามารถตามจับได้ กองทัพของม้าฉียวที่สนับสนุนเล่าปี่มาจากภาคตะวันออกทั้งหมด ในการปกครองเสฉวนมีเพียวเผ่าเดียวซึ่งคอยรุกรานอยุ่ทางใต้เท่านั้น ม้าเฉียวเสียชีวิตอย่างกระทันด้วยโรคภัยก่อนขงเบ้งเสียเพียงปีเดียวเท่านั้น

กวนอู เทพเจ้า แห่งความซื่อสัตย์ต่อเล่าปี่

กวนอู เทพเจ้า แห่งความซื่อสัตย์ต่อเล่าปี่

กวนอู เทพเจ้า เป็นชาวอำเภอไก่เหลี่ยง มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าแดงเหมือนผลพุทราสุก นัยน์ตายาวรี คิ้วเหมือนหนอนไหม หนวดเครางามถึงอก อาวุธประจำตัวคือง้าวรูปพระจันทร์เสี้ยว เรียกว่า ง้าวมังกรเขียว ในจินตนาการของคนวาดรูปหรือช่างปั้นภาพให้กวนอูแต่งกายด้วยชุดสีเขียวและมีผ้าโพกหัว

กวนอู เทพเจ้า แห่งความสื่อสัตย์

ประวัติกวนอู มีความชำนาญและเก่งกาจด้านวิทยายุทธ มีคุณธรรมและความซื่อสัตย์ ในวัยหนุ่มนั้นกวนอูได้พลาดฆ่านายอำเภอและน้าชายตายจนต้องหนการจับกุมออกมา จนได้พบเล่าปี่และเตียวหุยและสาบานเป็นพี่น้องกันในสวนท้อ แล้วร่วมกันทำศึกกับเล่าปี่มาโดยตลอด

กวนอู เทพเจ้า แห่งความซื่อสัตย์

กวนอูเป็นหนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่ ครองเมืองเกงจิ๋วร่วมกับกวนเป๋ง ผู้เป็นบุตรบุญธรรมและจิวฉอง ต่อมาซุนกวนร่วมมือกับโจโฉนำทัพไปตีเมืองเกงจิ๋ว กวนอูพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับลิบองและลกซุน สองแม่ทัพแห่งกังตั๋งจนเสียเมืองเกงจิ๋ว พยายามตีฝ่ากองกำลังทหารที่เมืองเป๊กเสีย เพื่อชิงเมืองเกงจิ๋วกลับมาให้จงได้แต่กลับถูกกลอุบายจนถูกจับตัวไป ซุนกวนพยายามกลมเกลี่ยให้กวนอูยอมจำนนและสามิภักดิ์ตนแต่ทำไม่สำเร็จ จึงถูกประหารพร้อมกับกวนเป๋งบุตรบุญธรรม ศีรษะของกวนอูถูกซุนกวนส่งไปหมอบให้แก่โจโฉ ซึ่งเป็นกลอุบายที่หลอกให้เล่าปี่หลงเชื่อว่าโจโฉเป็นคนสังหารกวนอู และนำทหารไปทำศึกกับโจโฉแทน

แต่โจโฉรู้กลอุบายของซุนกวนเป็นอย่างดี จึงจัดพิธีงานศพให้กวนอูอย่างสมเกียรติ นำไม้หอมมาห่อเป็นหีบใส่ศีรษะกวนอู แต่งเครื่องเซ่นไหว้ตามบรรดาศักดิ์ขุนนางผู้ใหญ่รวมทั้งสั่งการให้ทหารทั้งหมดทุกคนใส่ชุดสีขาวเพื่อไว้ทุกข์ให้แต่การตายของกวนอู ยกย่องให้เป็นอ๋องแห่งเกงจิ๋ว

ศีรษะของกวนอูถูกฝังไว้ ณ ประตูเมืองลกเอี๋ยงหรือลัวหยางทางทิศใต้ ความซื่อสัตย์ของกวนอูจนถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์นั้น ถูกกล่าวขานจากครั่งหนึ่ง เล่าปี่ทำสงครามแพ้ให้กับโจโฉ ต่างฝ่ายต่างหนีเอาตัวรอดแต่กวนอูถูกกลอุบายจับตัวไว้ได้และหมอบหมายให้เตียวเลี้ยวมาเจรจาเกลี้ยกล่อม กวนอูจึงได้ทำสัญญาสามข้อจากโจโฉ โจโฉนำตัวกวนอูไปถวายต่อพระเจ้าเหี้ยนเต้

โจโฉพยายามเลี้ยงดูกวนอูอย่างดี เอาข้าวของเงินทองไปให้ ส่งหญิงงามมากมายเพื่อไปปฏิบัติกวนอู แต่กวนอูมิได้สนใจแต่อย่างใด วันหนึ่งกวนอูทราบข่าวว่าเล่าปี่อยู่ที่ใดจึงได้พยยามหลบหนี แต่โจโฉพยายามรั้งไว้ จนเห็นว่าคงขวางไว้ไม่ได้จึงปล่อยกวนอูกลับไปหาเล่าปี ทำให้เห็นว่าความซื่อสัตย์ของกวนอูที่มีต่อเล่าปี่นั้น ไม่สามารถมีสิ่งใดที่จะมาเทียบได้เลย

จูล่ง สุภาพบุรุษแห่งเสียงสาน ความซื่อสัตย์เป็นที่ 1

จูล่ง สุภาพบุรุษแห่งเสียงสาน เป็นตัวละครในวรรณกรรมสามก๊ก มีตัวตนจริงชื่อ เตียวหยุน เป็นแม่ทัพคนสำคัญของเล่าปี่ และเป็นหนึ่งในห้าทหารเสือ จูล่ง ถูกขนานนามฉายาว่า เป็น สุภาพบุรุษแห่งเสียงสาน มีใบหน้ากว้างดั่งเสือ ตาโต มีคิ้วที่หนา กรามที่ใหญ่กว้างบ่งบอกตามตำราว่าเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก มีความสุภาพเรียบร้อย น้ำใจกล้าหาญ สวมเกาะสีขาว มีทวนยาวใช้เป็นอาวุธ ม้าคู่ใจเป็นม้าสีขาว

จูล่ง สุภาพบุรุษแห่งเสียงสาน ความซื่อสีตย์เป็นที่ 1

จูล่ง นักรบที่ควรจดจำ

จูล่งเดิมเป็นคนเมืองเสียงสาน ต่อมาได้เป็นทหารของอ้วนเสี้ยว แต่อ้วนเสี้ยวเป็นคนหยาบช้า จูล่งจึงหนีไปอยู่กับกองซุนจ้าน โดยตอนนั้นกองซุนจ้านทำศึกกับอ้วนเสี้ยว จูล่งได้ช่วยชีวิติอ้วนเสี้ยวไว้ ต่อมาจูล่งได้รู้จักกับเล่าปี่ ทั้งสองต่างเลื่อมใสซึ่งกันและกัน เมื่อกองซุนจ้านฆ่าตัวตายเพราะแพ้อ้วนเสี้ยว จูล่งจึงต้องออกจากเมืองพเนจรไปเรื่อยจนครั้งหนึ่งมีโจรบุกหวังจะปล้นม้า จูล่งได้ฆ่าหัวหน้าโจรตาย ทำให้เขาได้เป็นหัวหน้าโจรแทน

ต่อมากวนอูได้ใช้ให้จิวฉอง ตามหุยง่วน เสียวและโจรป่าให้ไปช่วยรบ จิวฉองเมื่อเห็นจูล่งคุมโจรป่าก็คิดว่าจูล่งคิดฆ่าหุยง่วยเสียว  จึงได้เข้าสู้รบกับจูล่ง ปรากฏว่าจิวฉองต้องกลับไปหากวนอูด้วยเลือดท้วมตัว จิวฉองเล่าว่าฝีมือของผู้นี้ระดับเดียวกับลิโป้ ด้วยเหตุนี้กวนอูกับเล่าปี่จึงต้องเขาไปดูด้วยตัวเอง เมื่อเจอกันจูล่งจึงก็ได้เล่าความจริงให้ฟัง ตั้งแต่นั้นมาจูล่งก็ได้เป็นทหารเอกของเล่าปี่เคยรบชนะม้าเฉียวในการประลองตัวต่อตัวทั้งยังเคยทะเลาะกับเตียวหุยตอนอยู่กับกองซุนจ้านจนเกือบฆ่าเตียวหุยได้อีกด้วยแต่กวนอูมาขวางไว้ซะก่อน

วีรกรรมของจูล่งอันเลื่องลือคือการชิงตัวอาเต้าจากกองกำลังทหารและองค์รักษ์ที่มีโจโฉเป็นหัวหน้าทัพเพียงคนเดียว และได้ฆ่าทหารของโจโฉมากมายตั้งแต่ 03.00 น. จนถึง 15.00 น. ของอีกวัน จนโจโฉ ถึงกับต้องถามชื่อจูล่ง ทำให้โจโฉประทับในใจความกล้าหาญของจูล่ง จึงปล่อยให้จูล่งพาตัวอาเต๋าหนีกลับไปหาเล่าปี่ได้ ในศึกครั้งสุดท้าย ของจูล่ง ช่วงนั้นขงเบ้งเลือกทหารไปรบ แต่ในรายชื่อไม่มีชื่อของจูล่งเพราะว่าแก่เกินไปแล้ว แต่จูล่งกับแย้งและกลับมาเป็นแม่ทัพ แม้จะอยู่ในวัยชราจูล่งก็สามารถชนะคนหนุ่มๆได้ จูล่งได้เสียชีวิตอย่างสงบในเมืองฮั่นจง หลังจากจูลางตาย ขงเบ้งได้รำพันด้วยถ่อยคำที่ว่า แขนขวาของข้าขาดแล้ว และเป็นลมหมดสติไปด้วยความเสียใจ